วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

การใส่ LOGO เข้าไปใน Title


การเตรียมโลโก้  -  โลโก้ที่เราจะใส่ให้ทำเป็นภาพโปร่งใส  ทำจากโฟโต้ชอปแล้วเซฟเป็น นามสกุล .png พื้นหลังไม่มี  เพื่อความสวยงามและพื้นหลังทะลุเห็นภาพจากวิดิโอได้
1 .เมนู Title เลือก LOGO              
 2.  เลือก Insert logo

3. เลือกไปยังโฟลเดอร์  ที่เราเก็บโลโก้ไว้ แล้วคลิ๊ก   open
 
4. โลโก้จะเข้ามาที่ช่อง Title เราสามารถปรับขนาดและลากไปวางไว้ ตรงไหนก็ได้


 การปรับขนาดโดยคลิ๊กที่ตัวโลโก้จะมีเส้นสีขาวและกล่องสี่เหลี่ยมรอบๆด้าน ปรับโดยจับกล่องสี่เหลี่ยมมุมทะแยง โลดก้ก็จะปรับทั้ง4 ด้านพร้อมกัน
ถ้าจับสีเหลี่ยมที่ไม่ใช่มุมทะแยง โลโก้ก็จะปรับด้านนั้นด้านเดียว ภาพจะผิดอัตราส่วนได้

การทำ Title ให้เป็น Template Master


การเก็บรูปแบบแถบและแบบอักษรที่เราออกแบบไว้ใน Template Master
 เพื่อเป็น ต้นฉบับสำหรับ หนังสารคดีของเราทั้งเรื่องซึ่งต้องใช้รูปแบบเดียวกัน  และเรียกใช้ได้ตลอด นำมาเปลี่ยนเพียงข้อความเท่านั้น
1. เลือก ช่อง Templates  หรือกด  Ctrl +J ตามภาพ  จะมีหน้าจอใหม่ขึ้นมา
2. คลิ๊กปุ่มสามเหลี่ยม ด้านบนกล่อง เทมเพลต
3. เลือก insert current title as template >   ตั้งชื่อไฟล์      > ok




4. งานที่เราออกแบบไว้ก็จะเก็บลงใน template ทันที สามารถเรียกใช้งานได้ ด้วย การเลือก เมนู template ขึ้นมา
แล้วเลือกชื่อไฟล์ รูปแบบที่ทำไว้ก็ปรากฏ ให้เราใช้งาน เปลี่ยนแต่เพียงข้อความได้เลย




 ต่อด้วยการใส่โลโก้

การใส่ตัวหนังสือ Title และ แถบต่างๆ


1. เลือกเมนู Title   >> New title >> Default Still - ไตเติ้ลนิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว 
 
2. ตั้งชื่อไตเติ้ล  ในช่อง >> OK


3.หน้าจอ Title จะแสดงขึ้นมา   ปุ่มด้านบน -ปิด เปิดได้  เพื่อเลือกโชว์ภาพจากวิดีโอเป็นพื้นหลัง แบ็ลคกราวน์ ได้ หรือเลือกปิดไม่โชว์ได้

4.ช่องต่างๆ ให้เลือกใช้งาน ช่องเครื่องมือ เลือก Text เลือกแถบ ต่างๆได้  จะใส่ข้อความให้เลือก T ซึ่งมีแบบทางด้านตั้ง ด้านนอน  เอียงดูที่สัญญลักษณ์


5. เลือกตัว T  สำหรับพิมพ์ ชื่อ เรื่อง  นำเม้าท์กดค้างไว้แล้วลากลงไปให้มีขนาดความยาวตามต้องการ
ฟ้อนต์ภาษาไทย ที่ใช้งานได้จะเป็นตระกู,ล  PSL  Ayyara ExtraBoldCS  พิมพ์ข้อความ ชื่อเรื่อง

6. หรือจะเลือกแบบที่มีไว้แล้วใน template ด้านล่าง แต่อย่าลืมต้องเปลี่ยนฟอนต์ตัวอักษรกลับให้เหมือนเดิมจะได้อ่านได้


7. สามารถใช้เม้าท์จับลาก ข้อความที่พิมพ์แล้วไปวางไว้ตรงไหนก็ได้ตามต้องการ
8. ใส่แถบสีลงไปเพื่อให้ตัวหนังสือเด่นขึ้น ให้เลือกช่องสี่เหลี่ยม ผืนผ้า หรือ ปลายตัดมน ก็ได้ตามต้องการ  เมื่อลากมาวางจะทับลงบนตัวหนังสือก็สั่งให้เรียงอยู่ด้านล่างสุดได้
 
9. โดยคลิ๊กขวาที่ สี่เหลี่ยมนั้น เลือก Arrange >> Send Backward


10. แถบสีขาวและขอบสีดำนั้นดูแล้วไม่สวยเราต้องการเอาออก ก็ปรับแต่งได้ที่ช่องขวามือ เรียกช่อง Properties,



- ปรับเปลี่ยนสี ที่ช่อง Fill - color เลือก =  สีดำ - เลือก Opacity = 70 %  (สีจางลง) (ติ๊กถูกหน้าช่องที่ต้องการใช้งาน)
 - ไม่เอา Strokes = ขอบสีดำที่แถบจะหายไป - ไม่เอา Shadow = เงาหายไป (เอาลูกศรถูกออกจากช่องที่ไม่ต้องการ)


นิยมใช้ทำ แถบข้อความด้านล่าง เพื่อใส่ชื่อคน ตำแหน่ง หรือ ชื่อรายการและ ขึ้นเป็น ระยะๆ ว่าเป็นรายการอะไร
สามารถปรับแกน X-Y ให้เอียง ได้ ตามภาพ ทดลองปรับแกนทั้งคู่ให้ เหมาะกัน 
อธิบายภาพ - กรอบเส้นสีขาว ซ้อนกัน 2 กรอบ หมายถึง กรอบ ที่ตัวข้อความจะปลอดภัยไม่หลุดออกจาก หน้าจอทีวีทุกขนาดทุกยี่ห้อ
ดังนั้นเวลาจัดวางตัวหนังสือให้ ดูกรอบในเป็นหลัก และถ้า ข้อความยาวมากจริงๆ ก็อาจเลยมาชิดกรอบนอกได้ แต่อย่าให้หลุดออกจากกรอบ เป็นอันขาด
 
วิธีเปิด  Safe Title margin
1.เลือกเมนู title > View>> เลือก Safe Title margin - กรอบสีขาวจางๆช่องในจะโชว์ขึ้นมา
2. กรอบด้านนอกเลือก  Safe Action margin
 

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

Fade in - Fade out ภาพ และเสียง


การทำเฟรดอินและเฟรดเอ้าท์    Fade in Fade out ภาพ และเสียง


เราจะใส่เฟรดอิน (Fade In )คือ จากดำค่อยๆเลือนเห็นภาพวิดีโอ นิยมใช้ตอนเริ่มต้นเข้าหนัง หรือเปลี่ยนขึ้นฉากใหม่
ส่วนเฟรดเอ้าท์ (Fade out) คือ จากภาพวิดิโอจะค่อยๆเลือนไปจนเป็นภาพดำในที่สุด  นิยมใช้ตอนจบฉากหรือตอนนั้นๆ  หรือจบหนัง ทำได้ทั้งภาพและเสียง  เช่นเสียงก็จะค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆจนได้ยินชัดเจน  และเสียงก็จะลดลงเรื่อยๆจนเงียบไม่ได้ยินเลย

วิธีทำ และเครื่องมือ  - ใช้เครื่องมือ Pen Tool รูป  ปากกา  หรือ  เลือกตัว P เมื่อจะสร้างปุ่มคีย์เฟรมใช้  P + ปุ่ม Ctrl

 
2. คลิ๊กเปิดปุ่มโชว์  คีย์เฟรมในแถบภาพ (คีย์เฟรม  อักษรย่อ KF คือจุดที่เราจะเริ่มทำแทคนิคให้ภาพและจุดจบของเทคนิคนั้นๆ  )
ในกรณีนี้คือจะค่อยๆให้ภาพสว่างขึ้นจนเห็นภาพชัดเจน







 
3. คลิ๊กเปิดปุ่มโชว์  คีย์เฟรมในแถบเสียง (คีย์เฟรมคือจุดที่เราจะเริ่มทำแทคนิคให้ภาพและจุดจบของเทคนิคนั้นๆ)
ในกรณีนี้คือจะเฟรดเสียงให้ค่อยๆดังขึ้น จนปกติ








4. กด ปุ่ม page up เพื่อเลื่อนแถบเล่นมาจุดเริ่มต้นของเฟรม กด P + ปุ่ม Ctrl ลงไปที่เส้นสีเหลือง กลางแถบภาพและแถบเสียง
ก็จะเห็นจุดวงกลมเกิดขึ้นบนเส้นเหลือง จากนั้น กำหนดจุดที่เสียงจะเริ่มดังเป็นปกติ  ตามปกติแล้วจะใช้ระยะเวลาในการเฟรดเข้าประมาณ  5 วินาที  ( Trick กดปุ่มเล่นแล้วนับ 1ถึง5 วินาทีและหยุดเล่น ก็ให้กด P+Ctrl ลงตรงจุดนั้นเลย)







ปุ่ม Play ภาพ คือแป้น  Space Bar  กด 1 ครั้ง play -  กดอีก 1 ครั้ง หยุด  play ดูเส้นสีแดง และหัว Play รูปสามเหลี่ยมสีฟ้า
ที่วางบนตำแหน่ง Work Area

 
5. เอาเม้าท์ไปจับที่ปุ่ม KF ที่สร้างขึ้นในช่องภาพ แล้วลากลงมาจนสุดแถบ -ภาพก็จะมืดลง
6. เอาเม้าท์ไปจับที่ปุ่ม KF สร้างขึ้นในช่องเสียง ที่แล้วลากลงมาจนสุดแถบ -เสียงก็จะดับลง




7. การเฟรดเอ้าท์  เลื่อน play ไปจนสุดเฟรมภาพ ใช้ แป้น Page down  เลื่อนไปเรื่อยๆ ก็ได้  กด P+Ctrl  ที่เส้นแถบเหลืองของภาพ 2 จุด และเสียง 2 จุด  เอาเม้าท์จับที่จุดสิ้นสุดเฟรม แล้งลากลงมาจนเส้นเหลือง ติดแถบล่าง เสียงและภาพก็จะมืดดับลง ไปทั้งคู่






การใส่ Video Transitions


การใส่เทคนิคต่างๆเชื่อมรอยต่อระหว่างเฟรม เราเรียกว่า การใส่  Transitions

1.ช่อง Video Transitions อยู่ช่องล่างซ้ายมือ มีให้เลือกใช้ หลากหลายแบบ  แต่โดยส่วนมากนิยม ใช้การเลือนภาพ Dissolve
 
2. การใช้ งานก็เปิดช่อง Dissolve ออกมา คลิ๊กเม้าท์ที่รูป สามเหลี่ยม เมนูย่อยๆจะโชว์ออกมา เลือก   Cross Dissolve


3. เอาเม้าท์วางแล้วลากไปคร่อมระหว่าง 2 เฟรม
    ก็จะเห็นรอยแนวต่อทั้งสองเฟรมเป็นแถบสีม่วง
    ถ้าอยากให้ดิสโซสนานขึ้นก็จาบปลายขอบ
    สีม่วงลากให้ยาวๆออกไปได้ทั้งสองข้าง



4.ที่ช่องดูภาพ Monitor  จะเห็นภาพสองภาพ
ค่อยๆเลือนเข้าหากัน










ตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น

การตัดต่อวิดีโอด้วย Adobe Premiere Pro CS 3

1.เมื่อ Import files หลายๆไฟล์เข้ามาแล้ว ให้เลือกไฟล์ ที่เราจะตัดโดย ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์นั้น ภาพจะปรากฏ เข้ามาในช่อง Source Viewer ดังภาพ (คนขี่รถมอเตอร์ไซต์)


2. เราไม่เอาภาพทั้งยาวทั้งช็อต  ก็ทำการตัดภาพให้สั้นเอาเฉพาะช่วงที่เราต้องการ ให้เลื่อน ลูกศรสีฟ้า ดูภาพไปตรงที่จะเอาแล้วหยุดลูกศรไว้ตรงนั้น กำหนดจุดเริ่มต้นภาพ ให้กด I      จากนั้นลากลูกศรต่อ ไปถึงภาพที่จะหยุดแล้ว กด O (โอ) กำหนดจุดสิ้นสุดภาพที่ต้องการ   (เริ่มจากขับรถผ่านกำแพง ไปเรื่อยๆจนสุดกำแพงเริ่มเข้าป่าประมาณ 5 วินาทีตัด)










3. เมื่อเสร็สิ้นการมาร์คภาพที่ต้องการแล้ว ให้เอาเม้าท์จับที่ภาพในช่องนั้นกดเม้าท์ค้างไว้ ลากลงมาวางในช่อง Time line (TL)
ถ้าภาพลงมาวางในช่องแล้วดูแถบเล็กมาก ให้ขยายแถบออกให้ดูกว้างขึ้น













 ลากปุ่มสามเหลี่ยมไปทางซ้าย TL จะย่อขนาดลง ถ้าลากไปทางขวา TL จะขยายขึ้นเห็นงานที่ลากลงมาชัดเจนและขยายขึ้น




5. เริ่มทำการตัดภาพต่อไป ก็ทำเช่นเดิม  โดยดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่สอง เข้าช่อง Source Viewe  กำหนดช่วงภาพที่ต้องการ เริ่ม กด I หรือปีกกาตัวแรก  เล่นภาพไปเล่นๆ จนถึงจุดที่ไม่ต้องการ กด O (โอ) หรือปีกกาตัวที่สอง  เอาเม้าท์จับภาพในช่องค้างไว้แล้วลากลงมาวางหรือกดปุ่ม insert ภาพ ก็ได้ ภาพจะลงมาต่อกันที่ TL ตรงที่เราวางเส้นplayไว้พอดี
(เส้นสีแดงที่ตั้งลงไปจากหัวสามเหลี่ยมสีฟ้า)
 
(เฟรมที่สอง ขับรถมาเจอเด็กนักเรียนจอดรถถามทางไปและบอกทางเสร็จ ตัด -เฟรมที่สอง ลงใน TL )

 




อธิบายภาพ  ช่องที่เราเอางานที่เลือกแล้วลงไปวางเรียกช่อง ไทม์ไลน์ ใช้ตัวอย่ว่า TL
 แถบด้านบนที่เขียนไว้ว่า Vidio 1 ,มีภาพลูกตาเปิดปิดได้  มีช่องปรับให้โชว์ภาพแบบต่างๆใน TL และมีปุ่มคียืเฟรม คือช่องที่วางภาพ




ส่วนแถบล่างที่เขียนว่า Audio 1 มีภาพลำโพง มีแถบสัญญาณเสียง  และมี ช่องจุดใส่คีย์เฟรม  คือช่องที่วางเสียง
ปกติจะลงมาโดยอัตโนมัติเมื่อเรา  แทรกภาพลงมาก็จะมาเป็นคู่ๆ
เราสามารถแยกภาพและเสียงออกจากกันได้ โดยคลิ๊กขวาที่ไฟล์นั้น แล้วก็เลือก Unlink ภาพกับเสียงก็จะแยกจากกันเป็นอิสระ สามารถลากไปวางที่ไหนก็ได้  เมื่อจะลิงค์ ภาพและเสียงกันใหม่ก็ลากมาวางตรงกันแล้วเลือก Link  ก็จะกลับมาซิงค์กันเหมือนเดิม


 
ทดลองลากสลับเฟรมไปมา ภาพกับเสียงจะแยกกัน ลากทีละไฟล์ได้เลย